ป้องกันไว้ก่อนสาย หากลูกติดอยู่ในรถ ทำแบบนี้สิ

มีข่าวออกมาให้เห็นบ่อยๆในช่วงหลังนี้ที่มีเด็กติดอยู่ในรถจนเสียชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่สาเหตุของการเสียชีวิตไม่ได้มาจากการขาดอากาศหายใจแต่เกิดจากอุณหภูมิความร้อนที่อยู่ในรถต่างหาก ยิ่งตอนนี้อากาศเมืองไทยร้อนมาก หากเด็กติดอยู่ในรถที่จอดกลางแดด 5 นาที ความร้อนก็จะสูงขึ้นจนอยู่ไม่ได้ ผ่านไป 10 นาที ร่างกายก็เริ่มแย่ เริ่มทุรนทุราย และหากติดมากกว่า 30 นาทีขึ้นไป อวัยวะเลือดภายในร่างกายจะเป็นกรด ทำให้ช็อก หมดสติ อวัยวะทุกอย่างหยุดทำงานและเสียชีวิตไปในที่สุด

เรื่องนี้คงไม่มีคุณแม่คนไหนที่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้กับลูกใช่มั๊ยคะ ฉะนั้นเราก็มาป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่า โดยการศึกษาว่าหากเกิดเหตุการณ์ลูกติดอยู่ในรถคุณแม่ควรทำอย่างไรบ้างค่ะ

  1. ทุกครั้งที่จอดรถควรพาลูกลงไปด้วยทุกครั้ง ถึงแม้ว่าจะเป็นการลงไปทำธุระแค่แป๊ปเดียวก็ตาม เนื่องจากส่วนใหญ่เด็กๆมักจะซุกซนชอบจับนู้นจับนี่ อาจทำให้มือไปโดนระบบต่างๆได้ อย่างระบบเซ็นทรัลล็อก เบรกมือหรือคันเร่ง ซึ่งจะมีอันตรายตามมาแน่ๆ
  2. เมื่อขับรถถึงจุดหมาย ควรตรวจดูให้แน่ใจว่าลูกลงจากรถแล้วจริงๆ อย่าคิดไปเองเด็ดขาดว่าลูกลงจากรถมาแล้ว
  3. แต่หากมีความจำเป็นที่ต้องทิ้งลูกไว้ในรถ คุณแม่ควรจะลดกระจกรถทั้ง 4 ด้าน ประมาณเศษ 1 ส่วน 4 เพื่อให้มีอากาศถ่ายเท แต่ก็ไม่ควรทิ้งลูกเกิน 10 นาทีเด็ดขาด ข้อนี้สำคัญมากนะคะ
  4. สอนลูกให้เอาตัวรอดจากการติดอยู่ในรถ ถึงแม้เราจะป้องกันดีขนาดไหน แต่อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ ฉะนั้นสอนลูกให้รู้จักเอาตัวรอดจะดีกว่า โดยสอนให้บีบแตรเมื่อติดอยู่ในรถ สอนวิธีปลดล็อกประตูรถ หรือแม้แต่สอนทุบกระจกรถเพื่อหนีออกมา เป็นต้น แต่ก็ต้องบอกลูกด้วยว่าที่สอนนี้ใช้เฉพาะยามจำเป็นเท่านั้น เพราะเด็กอาจนำเรื่องที่เราสอนนี้ไปเล่นซุกซนได้ค่ะ
  5. ในกรณีที่ต้องให้ลูกนั่งรถรับ-ส่งไปโรงเรียน คุณแม่ควรกะระยะเวลาที่ลูกจะถึงโรงเรียน แล้วโทรไปสอบถามคุณครูหรือคนขับรถว่าลูกถึงโรงเรียนอย่างปลอดภัยแล้วหรือยัง เพื่อเป็นการตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกได้ลงจากรถแล้วจริงๆค่ะ

เด็กติดในรถ

ภาพจาก www.kapook.com

และเรายังมีวิธีช่วยเหลือเด็กที่ติดอยู่ในรถมาฝากคุณแม่ด้วย เผื่อเราไปเจอเหตุการณ์นี้เข้า จะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงทีค่ะ

  1. ให้รีบนำเด็กออกจากรถให้เร็วที่สุด แล้วอุ้มเด็กออกไปในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
  2. ปลดเสื้อเด็กให้หลวม แล้วรีบหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวเด็กเพื่อให้ร่างกายได้ระบายความร้อน โดยเช็ดตามหน้า ตามตัวบริเวณที่มีหลอดเลือดใหญ่ เช่น ซอกคอ แขน ขา
  3. เช็กด้วยว่าเด็กยังหายใจอยู่หรือไม่ หากไม่หายใจรีบทำ CPR ทันที วิธีการทำ CPR ที่ถูกต้องคือ วางส้นมือข้างหนึ่งไว้ตรงกลางหน้าอกเด็กในระดับราวนม แล้วใช้มืออีกข้างวางบนหน้าผาก พยายามให้เด็กหงายหน้าขึ้นเพื่อเปิดทางเดินหายใจ จากนั้นกดหน้าอกลงไป 1/3 ของความลึกหน้าอก โดยกดให้เร็วๆแบบไม่หยุด เซตละประมาณ 30 ครั้งค่ะ
  4. โทรหาสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ หรือรีบนำเด็กส่งโรงพยาบาลให้ถึงมือหมอเร็วที่สุด

สำคัญเลยคือเมื่อลูกติดอยู่ในรถคุณแม่ควรมีสตินะคะ แล้วทำตามข้อปฏิบัติที่เราแนะนำนี้ เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยค่ะ

ขอบคุณที่มารูป : https://www.happymom.life

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *